หากคุณกำลังมองหาซีรีส์จีนที่ผสมผสานความแฟนตาซี ความรักอันเจ็บปวด และการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากแนวทางเดิม 华胥引之绝爱之城 (Hua Xu Yin: City of Desperate Love) คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด ซีรีส์ปี 2015 ที่สร้างจากนิยายชื่อดังของถังชีกงซุน พาเราย้อนกลับไปในโลกยุคโบราณที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และโศกนาฏกรรม ผ่านเรื่องราวของหญิงสาวผู้ใช้พิณวิเศษบันทึกความทรงจำของผู้อื่น พร้อมกับการเดินทางตามหาความรักที่แท้จริงของตัวเอง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
华胥引之绝爱之城 เล่าเรื่องราวของ เย่ฟู่ (รับบทโดย Kevin Cheng) เจ้าชายแห่งแคว้นเฉิน และ จวินหวงเฟย (รับบทโดย Lin Yuan) หญิงสาวผู้มีพลังพิเศษในการเล่นพิณที่เรียกว่า 'หัวซวี่ฉิน' พิณที่สามารถสร้างภวังค์แห่งความทรงจำให้ผู้คนได้หวนกลับไปใช้ชีวิตในอดีต หลังจากที่เธอถูกหักหลังและเสียชีวิต เธอกลับคืนชีพในร่างใหม่โดยไม่มีหน่วยความจำ และได้พบกับเย่ฟู่ซึ่งกลายเป็นสามีของเธอโดยไม่รู้ตัว ซีรีส์ดำเนินเรื่องผ่านการเล่าเรื่องแบบเป็นตอนๆ ซึ่งแต่ละตอนจะพาเราไปพบกับเรื่องราวความรักของคู่รักต่างๆ ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความสูญเสีย ขณะเดียวกัน จวินหวงเฟยและเย่ฟู่ก็ต้องคลี่คลายปมปริศนาที่เกี่ยวข้องกับอดีตของพวกเขาเอง
ซีรีส์แบ่งออกเป็นสี่เรื่องสั้นย่อย ได้แก่ การพลัดพรากของมัคนายกน้อย (The Floating Life), สิบสามเดือน (Thirteen Months), ความรักในวังวน (The Vicious Circle) และ บทเพลงสังหาร (The Song of Killing) แต่ละเรื่องจะเน้นไปที่ความรักของตัวละครอื่นๆ ที่จวินหวงเฟยและเย่ฟู่ได้พบเจอ ทำให้ซีรีส์มีความหลากหลายทางอารมณ์และเนื้อหา
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำของเรื่องทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม Kevin Cheng ในบทเย่ฟู่ ถ่ายทอดความเย็นชาภายนอกแต่แฝงความอบอุ่นภายในได้อย่างสมบทบาท ขณะที่ Lin Yuan ในบทจวินหวงเฟยก็แสดงถึงความเข้มแข็งและเปราะบางในเวลาเดียวกัน เคมีระหว่างทั้งคู่แม้จะไม่หวือหวาแต่มีความลึกซึ้งและน่าเชื่อถือ
นักแสดงสมทบก็โดดเด่นไม่แพ้กัน Yuan Hong ในบทหรงเหิง (Rong Heng) เพื่อนสนิทที่แอบรักจวินหวงเฟย แสดงความเจ็บปวดและการเสียสละได้อย่างทรงพลัง Jiang Xin ในบทหลิวซู (Liu Su) หญิงสาวผู้มีโชคชะตาเศร้าสร้อย ก็สร้างความประทับใจด้วยการแสดงที่ละเอียดอ่อน นอกจากนี้ Yang Rui และ Bao Jianfeng ก็ช่วยเติมเต็มให้โลกของซีรีส์มีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Tan Li Juan และ Chen Wei Xiang สามารถสร้างบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและโศกนาฏกรรมได้อย่างลงตัว ภาพในซีรีส์อุดมไปด้วยสีสันและองค์ประกอบที่อ่อนช้อย โดยเฉพาะฉากในภวังค์หัวซวี่ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างวิจิตรตระการตา ราวกับภาพวาดจีนโบราณที่มีชีวิต
ดนตรีประกอบเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเพลงประกอบอย่าง 'Hua Xu Yin' ที่ขับร้องโดย Hu Ge (นักแสดงนำจากซีรีส์ยอดนิยมอย่าง 'Nirvana in Fire') ทำให้ผู้ชมอินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น แม้ซีรีส์จะออกอากาศตั้งแต่ปี 2015 แต่คุณภาพของภาพและดนตรียังคงดูไม่เชยและน่าประทับใจ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ 华胥引之绝爱之城 แตกต่างจากซีรีส์จีนแนวรักแฟนตาซีเรื่องอื่นๆ คือโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ 'เรื่องซ้อนเรื่อง' ที่ช่วยให้ผู้ชมได้สำรวจแง่มุมต่างๆ ของความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักที่เสียสละ ความรักที่เจ็บปวด หรือความรักที่ต้องจบลงอย่างน่าเศร้า การที่ตัวละครหลักอย่างจวินหวงเฟยและเย่ฟู่เป็นผู้สังเกตการณ์เรื่องราวของคู่อื่นๆ ยังช่วยให้เราตั้งคำถามกับความรักของพวกเขาเองไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ซีรีส์มีจุดอ่อนที่การดำเนินเรื่องในบางช่วงที่ค่อนข้างช้า และการเล่าเรื่องแบบตอนอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าขาดความต่อเนื่อง แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องที่เน้นอารมณ์และบทกวี ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นอัญมณีที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกระแสของซีรีส์จีนยุคใหม่
สรุป
สำหรับคนรักซีรีส์จีนแนวรักแฟนตาซีที่ต้องการอะไรที่มากกว่าความสนุกผิวเผิน '华胥引之绝爱之城' คือตัวเลือกที่คุ้มค่าแก่การรับชม แม้จะมีข้อบกพร่องในเรื่องของการดำเนินเรื่องและเอฟเฟกต์ แต่ด้วยเนื้อหาที่ลึกซึ้งและการแสดงที่เข้มข้น ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกอินไปกับความรักและความเจ็บปวดของตัวละครทุกตัว
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ไม่ซ้ำใคร แบ่งเป็นตอนสั้นๆ แต่ละตอนมีอารมณ์เข้มข้น
- +งานภาพและดนตรีประกอบที่สวยงาม สร้างบรรยากาศโรแมนติกและโศกนาฏกรรม
- +นักแสดงนำและสมทบทุกคนถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะ Kevin Cheng และ Jiang Xin
👎 จุดด้อย
- −การดำเนินเรื่องในบางช่วงช้า และการตัดตอนอาจทำให้ขาดความต่อเนื่อง
- −เอฟเฟกต์พิเศษบางฉากดูไม่สมจริง เนื่องจากซีรีส์ผลิตในปี 2015
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 52 ตอน เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 4 เรื่องสั้นย่อย
สร้างจากนิยายเรื่อง '华胥引' (Hua Xu Yin) ของถังชีกงซุน (Tang Qi Gong Zi) ซึ่งเป็นนิยายแฟนตาซีรักชื่อดัง
ซีรีส์จบแบบเปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความเอง โดยเน้นไปที่การตัดสินใจของตัวละครหลักเกี่ยวกับความรักและการเสียสละ